วิธีการตั้งเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

พบกับความสำคัญของการตั้งเป้าหมายสำหรับทั้งการพัฒนาตนเองและการพัฒนาด้านอาชีพ รวมทั้งสำรวจเครื่องมือและเคล็ดลับที่จำเป็นสำหรับการจัดเป้าหมายในทีมให้สอดคล้องกันได้อย่างประสบผลสำเร็จ

การตั้งเป้าหมายสำคัญอย่างไร

การตั้งเป้าหมายไม่ใช่สิ่งที่คุณควรเก็บไว้ทำในช่วงต้นปีใหม่เท่านั้น การตั้งเป้าหมายส่วนตัวสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงได้ในการส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและผลิตภาพให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นเป้าหมายหลักหรือรองก็ตาม

การตั้งเป้าหมายเปรียบเหมือนการวาดแผนที่มุ่งสู่ความสำเร็จ

การตั้งเป้าหมายช่วยให้การทำงานและความรับผิดชอบของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง โดยช่วยให้แน่ใจว่าคุณรู้อยู่เสมอว่ากำลังทำงานเพื่อจุดประสงค์ใดและเพราะอะไร ซึ่งอธิบายง่ายๆ ได้ว่า เป้าหมายคือปลายทาง แต่วิธีการสู่เป้าหมายนั้นต่างหากที่สำคัญ การตั้งเป้าหมายเปรียบเหมือนการวาดแผนที่มุ่งสู่ความสำเร็จ

ในคู่มือนี้ เราจะอธิบายกระบวนการตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพอย่างคร่าวๆ เพื่อให้ความปรารถนาของคุณเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับตัวคุณเองและทีมของคุณ

การตั้งเป้าหมายมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้คุณได้รับรู้ จัดระเบียบ และตระหนักถึงวิสัยทัศน์ส่วนตัวของคุณ ผู้คนส่วนใหญ่จะมีความคิดอยู่บ้างว่าตนอยากให้ชีวิตและอาชีพการทำงานเป็นไปอย่างไรในอนาคต และแม้ว่าคุณจะคิดว่าคุณไม่มีความคิดเหล่านั้น การตั้งเป้าหมายก็จะช่วยให้คุณบอกถึงอนาคตในแบบที่คุณต้องการอย่างแท้จริงได้

คุณสามารถใช้การตั้งเป้าหมายเป็นวิธีในการจำแนกวิสัยทัศน์ที่กว้างขวางออกเป็นส่วนย่อยๆ และจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆ ที่คุณต้องทำเพื่อไปให้ถึงจุดหมายที่คุณต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายส่วนตัวหรือด้านอาชีพการทำงาน การตั้งเป้าหมายจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความท้าทายที่ต้องเผชิญในระหว่างทางที่มุ่งสู่ความสำเร็จนั้น

การวิจัยต่างๆ มากมายได้แสดงให้เห็นว่า การตั้งเป้าหมายที่ประสบความสำเร็จเป็นกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพอย่างมากสำหรับแต่ละบุคคล การตั้งเป้าหมายยังสามารถเพิ่มแรงจูงใจและผลิตภาพของทีมได้อีกด้วย ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรโดยรวมได้

ตัวอย่างเช่น การวิจัยในปี 1979 ของโรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ดได้ศึกษาผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจ และพบว่าภายใน 10 ปีหลังจบการศึกษา 13% ของบัณฑิตในปีเดียวกันที่มีการตั้งเป้าหมายมีรายได้โดยเฉลี่ยเป็น 2 เท่าของบัณฑิตอีก 84% ที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายใดๆ

นอกเหนือจากการพัฒนาด้านอาชีพการทำงานแล้ว ยังปรากฏว่าการตั้งเป้าหมายสามารถพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของแต่ละบุคคลได้อีกด้วย

ฉันควรตั้งเป้าหมายอะไรโดยเฉพาะ

คุณสามารถตั้งเป้าหมายได้ในทุกๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำงาน ชีวิตในเชิงสังคม เป้าหมายการออกกำลังกาย ความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม ความคิดสร้างสรรค์ หรือสิ่งที่คุณใส่ใจมากที่สุด ไม่ว่าความปรารถนาของคุณคืออะไร การเปลี่ยนความปรารถนานั้นให้เป็นเป้าหมายที่จับต้องได้และจัดการได้จะทำให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายในความเป็นจริงมากขึ้น

คุณอาจมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เช่น การซื้อบ้านภายใน 5 ปีข้างหน้า และคุณอาจมีเป้าหมายที่เล็กลงมา เช่น การวิ่ง 5 ไมล์ก่อนแปดโมงเช้า วิธีที่คุณจะบรรลุเป้าหมายประเภทต่างๆ นี้อาจแตกต่างกันไป และในขณะที่คุณอาจมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ คุณก็จำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงการตั้งเป้าหมายที่ไม่อาจเป็นไปได้ โดยมุมมองทางจิตวิทยาได้ระบุว่า การทำเป้าหมายดังกล่าวไม่สำเร็จอาจทำลายความมั่นใจของคุณและขัดขวางไม่ให้คุณก้าวไปข้างหน้า

ทฤษฎีการตั้งเป้าหมายแบบ SMART คืออะไร

คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายแบบ SMART มาก่อน ซึ่งเป็นศัพท์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1981 SMART หมายถึงระบบหรือเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดและบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะภายในสภาพแวดล้อมการทำงาน แต่คุณก็สามารถใช้ระบบนี้อย่างมีประสิทธิภาพกับเป้าหมายส่วนตัวได้เช่นกัน SMART เป็นตัวย่อที่ย่อมาจากคำว่าเฉพาะเจาะจง (Specific), วัดผลได้ (Measurable), บรรลุ/สำเร็จได้ (Achievable/Attainable), สัมพันธ์ (Relevant) และมีระยะเวลา (Time-bound) การตั้งเป้าหมายมีอยู่หลากหลายวิธี แต่วิธีที่แพร่หลายและเชื่อถือได้มากที่สุดคือการตั้งเป้าหมายแบบ SMART

เคล็ดลับในการตั้งเป้าหมายส่วนตัวสำหรับการทำงาน

การตั้งเป้าหมายแบบ SMART จะช่วยระบุเกณฑ์ที่คุณควรนำมาใช้ในการกำหนดเป้าหมายของคุณ แต่เมื่อคุณรู้เป้าหมายแล้ว คุณจะทำอย่างไรกับเป้าหมายเหล่านั้น

จดลงไป!

เป้าหมายจะกลายเป็นเป้าหมายที่แท้จริงก็ต่อเมื่อคุณถ่ายทอดเป้าหมายนั้นจากความคิดลงบนกระดาษ หรือหน้าจอก็ได้ ความจริงแล้ว การวิจัยของโรงเรียนธุรกิจของฮาร์วาร์ดข้างต้นพบว่า 3% ของผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้เขียนเป้าหมายของตนออกมามีรายได้สูงกว่าผู้สำเร็จการศึกษาที่เหลืออีก 97% รวมกันถึง 10 เท่าหลังจบการศึกษา 10 ปี

การจดบันทึกเป้าหมายจะช่วยให้เป้าหมายเหล่านั้นจับต้องได้มากขึ้น และในทางจิตวิทยา การจดบันทึกอย่างต่อเนื่องยังช่วยปลูกฝังความสำคัญของเป้าหมายเหล่านั้นอีกด้วย การตั้งเป้าหมายเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพ และการเห็นเป้าหมายเหล่านั้นเขียนอยู่ต่อหน้าคุณก็ช่วยให้คุณจดจำเป้าหมายให้ขึ้นใจได้ง่ายดายยิ่งขึ้นอย่างมาก

คุณควรปรับภาษาที่คุณใช้ในการเขียนเป้าหมาย กล่าวคือ แทนที่จะคิดว่า “ฉันอาจพยายามทำข้อเสนอนั้นให้สำเร็จในสัปดาห์หน้า” การเขียนว่า “ฉันจะทำข้อเสนอให้เสร็จภายในเวลางานของวันพฤหัสบดี” จะช่วยกระตุ้นแรงจูงใจมากกว่า หลีกเลี่ยงคำและวลี เช่น “ฉันต้องการ” “ฉันอาจ” หรือ “ฉันจะพยายาม” และใช้ภาษาที่เป็นบวกและมั่นใจอย่าง “ฉันจะทำ” หรือ “ฉันต้องทำ” และคุณจะพบว่าการจัดการเป้าหมายด้วยความมั่นใจนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย

แบ่งปันเป้าหมายของคุณ

การจดบันทึกเป้าหมายช่วยให้เป้าหมายเหล่านั้นจับต้องได้มากขึ้น และการแบ่งปันเป้าหมายกับคนอื่นๆ ก็จะช่วยกระตุ้นให้คุณบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่สำคัญว่าจะแบ่งปันกับใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ หัวหน้างาน เพื่อนร่วมทีม เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวก็ล้วนช่วยให้คุณมีความรับผิดชอบมากขึ้นได้ทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะช่วยให้คุณอยู่กับความเป็นจริงด้วย

การแบ่งปันเป้าหมายด้านอาชีพการทำงานกับสมาชิกร่วมทีมจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความร่วมมือกันมากขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เมื่อทุกคนต่างเข้าใจวิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์ของกันและกัน คุณก็จะสามารถร่วมงานกันเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ทีมของคุณเติบโตขึ้น

การใช้พื้นที่งานที่ชาญฉลาด เช่น Dropbox Business จะทำให้ทีมของคุณสามารถรวบรวมเป้าหมายของทีมไว้ที่ศูนย์กลางเดียวกัน และสร้างระบบการทำงานร่วมกันที่ปรับแต่งได้เพื่อจัดระเบียบและจัดการเป้าหมายเหล่านั้น

สร้างแผนปฏิบัติการ

การบรรลุเป้าหมายทำได้ง่ายขึ้นด้วยการสร้างแผนปฏิบัติการ หากคุณมีความคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนที่คุณต้องดำเนินการก่อนเริ่มต้น คุณจะมุ่งความสนใจไปที่ขั้นตอนเหล่านั้นได้ง่ายกว่ามาก จดบันทึกกระบวนการนั้นเพื่อให้คุณตัดสิ่งที่ทำสำเร็จแล้วออกไปได้ในขณะดำเนินการ ขั้นตอนนี้จะช่วยคุณวัดความก้าวหน้าและกระตุ้นให้คุณมีแรงจูงใจอยู่เสมอ

ตัวอย่างเช่น การตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนเปียโนภายในสิ้นปีนั้นเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน แต่หากคุณยังไม่ได้วางแผนว่าจะทำอย่างไร คุณก็อาจรู้สึกว่าเป้าหมายดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ให้กำหนดวันที่คุณจะเริ่มเรียน ค้นหาหลักสูตรที่คุณจะใช้ และวางแผนว่าจะใช้เวลาเท่าใดในแต่ละสัปดาห์ เวลาที่คุณตั้งเป้าหมาย นั่นคือคุณกำลังกำหนดปลายทาง แต่แผนปฏิบัติการที่เฉพาะเจาะจงและชัดเจนคือเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางนั้น การพยายามไปให้ถึงจุดหมายโดยที่ไม่มีเส้นทางนั้นก็เหมือนการพยายามค้นหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่โดยไม่มีแผนที่

ประเมินเป้าหมายของคุณอย่างสม่ำเสมอ และปรับแผนปฏิบัติการของคุณใหม่เมื่อจำเป็น

จัดลำดับเป้าหมายของคุณ

การจัดลำดับความสำคัญที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างมากต่อการตั้งเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญที่คุณควรจดจำไว้เสมอก็คือ แม้คุณจะกำหนดเป้าหมายให้กับชีวิตในทุกๆ ด้านได้ แต่คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับเป้าหมายเหล่านั้นไว้มากเกินไป ให้คุณตรวจสอบอยู่เสมอว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นสามารถจัดการได้และได้รับการมุ่งเน้น แยกเป้าหมายใหญ่ออกเป็นส่วนย่อยๆ และหาวิธีในการใช้เป้าหมายขนาดเล็กเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายที่ใหญ่กว่า ใช้แต่ละเป้าหมายเป็นขั้นบันไดหรือเครื่องมือ และกำหนดกรอบการทำงานที่จะรวมเป้าหมายทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างเหมาะสมที่สุด

ให้เวลากับเป้าหมายของคุณ

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น การตั้งเป้าหมายไม่ใช่สิ่งที่คุณควรทำนานๆ ครั้ง และคุณไม่ควรทำเพียงในช่วงปีใหม่เท่านั้น แท้จริงแล้ว การตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งที่คุณทำได้อย่างสม่ำเสมอ แม้แต่ทุกเช้าก็ทำได้ ให้กำหนดเวลาไว้สำหรับทบทวนเป้าหมายของคุณโดยเฉพาะ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ติดตามความคืบหน้าของตัวเองอยู่เสมอ ความพึงพอใจจากการได้ขีดฆ่าเป้าหมายเล็กๆ ออกไปจะช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจให้คุณในการรับมือกับเป้าหมายที่ใหญ่ยิ่งขึ้น

เป้าหมายไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จที่สำคัญในชีวิต โดยคุณสามารถกำหนดเป้าหมายระยะสั้นสำหรับระยะเวลาเป็นปี เดือน สัปดาห์ วัน หรือแม้กระทั่งสำหรับชั่วโมงถัดไปได้ ทั้งยังเป็นสิ่งที่ควรทำอีกด้วย กล่าวง่ายๆ ก็คือการตั้งเป้าหมายเป็นวิธีกระตุ้นให้เกิดการจัดระเบียบและการตระหนักถึงวัตถุประสงค์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุประสงค์ขนาดใหญ่หรือเล็กก็ตาม การตั้งเป้าหมายจะช่วยให้คุณเข้าใจและให้เหตุผลกับความรับผิดชอบของคุณได้ ซึ่งจะส่งผลให้คุณมีผลิตผล แรงจูงใจ ระเบียบ และประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น